เข้าฤดูน้ำหลาก เอ้ย ไม่ใช่ … โค้งสุดท้ายของการยื่นแบบและนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีกันแล้ว (หมดเขตการนำส่งวันที่ 30 กันยายน 2557 นี้นะคะ) มีหลายคนยัง งง และ สงสัย ว่า อะไรคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี หรือศัพท์ในวงการ(วงการไหน?) เรียกว่า ภงด. 94 ว่าต้องยื่นด้วยมั้ย เพราะที่ยื่นสิ้นปี(ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปี) ก็ปวดหัวพอแล้ว ยังจะมายื่นอะไร ครึ่งปง ครึ่งปีกันอีก

วันนี้ทางสำนักงานเลยจะมาไขข้อข้องใจ ว่า อะไรคือภงด.94 กันค๊า

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีหรือเรียกกันสั้นๆว่า ภงด.94 เป็นภาษีที่เสียก่อนถึงกำหนดเวลาเสียภาษีสิ้นปี โดยมีกำหนดเวลาในการยื่นแบบภายในเดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปีภาษีนั้น ซึ่งคำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ตามเกณฑ์เงินสดในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนในปีภาษีนั้น นั่นแสดงว่าถ้าเราไม่ได้รับเงินได้ 40(5) – (8) ในช่วงครึ่งปีแรกก็ไม่เกี่ยวกับภงด.94 แล้ว (สบายใจได้)
แต่ช้าก่อน สรรพากรยังใจดีให้อีก หากมีเงินได้ดังกล่าวข้างต้นไม่ถึงเกณฑ์ดังต่อไปนี้ก็ไม่ต้องยื่นภงด.94 เช่นกัน 

1. ผู้ที่เป็นโสด ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท

2. ผู้ที่มีคู่สมรส มีเงินได้พึงประเมินไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสอง ฝ่ายรวมกันเกินกว่า 60,000 บาท

พูดง่ายๆก็คือ หากมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ในช่วงครึ่งปีแรก แต่ได้รับไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็ไม่ต้องนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีนะคะ นอกจากนี้ ภาษีที่เราได้เสียไปครึ่งปีแล้วก็ยังไม่เสียเปล่า หากเรายื่นเสียภาษีสิ้นปี ก็ยังนำภาษีครึ่งปีนี้ ไปเป็น เครดิตภาษี หัก ออกจากภาษีสิ้นปีได้อีกด้วย

140911_ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ภงด.94

แล้วอะไรคือเงินได้ 40(5) – (8)??

ประเภทของเงินได้ที่ต้องนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี 

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) ได้แก่ เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน อาทิ การให้เช่าที่ดิน บ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) ได้แก่ เงินได้จากวิชาชีพอิสระต่างๆ เช่น เงินได้จากการประกอบโรคศิลปหรือแพทย์รักษาคนไข้ วิชาชีพกฎหมาย(ค่าว่าความของทนายความ) ค่าที่ปรึกษาทางวิศวกร ค่าออกแบบของสถาปนิก ค่ารับจ้างทำบัญชี (ไม่รวมถึงบริการอื่นๆ เช่น การรับจ้างจดทะเบียนต่างๆ) หรือค่าสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร ค่าจ้างของผู้รับจ้างทำงานประณีตศิลป์ เช่น ช่างวาด ช่างปั้น ช่างหล่อ เป็นต้น 

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(7) ได้แก่ เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ เช่น การรับเหมาก่อสร้าง

เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 40(1) ถึง (7) รวมทั้งการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรด้วย อาทิ การขายสินค้าที่ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ผลิต รางวัลจากการประกวดแข่งขัน ชิงโชค เงินค่าขายหน่วยลงทุนคืนให้กองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF) เงินค่าขายหน่วยลงทุนคืนให้กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) รวมทั้งค่ารักษาสัตว์ของสัตวแพทย์ ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการประกอบโรคศิลปตามมาตรา 40(6) หรือ “นักแสดงสาธารณะ” ที่กินความไปถึง นักแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ หรือนักกีฬาอาชีพ อาทิ นักฟุตบอลอาชีพ นักแบดมินตันอาชีพ นักมวยสากลอาชีพ เป็นต้น

มึนขึ้นกว่าเดิมกันมั้ยคะ (>_<)

วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า …. หวังว่าผู้อ่าน/ ผู้แอบอ่านทุกท่าน คงพอจะเข้าใจเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีไม่มากก็น้อยกันนะคะ ว่าใครมีหน้าที่ที่ต้องเสียบ้าง และเสียจากเงินได้ประเภทใด รวมถึงช่วงเวลาการยื่นแบบและนำส่งภาษี คราวหน้าทางสำนักงานจะมานำเสนอการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีต่อค๊า โปรดติดตามตอนต่อไป (to be continued….)

จากบทความก่อนหน้า ได้กล่าวถึงรูปแบบขององค์กรธุรกิจกันไปแล้ว ในบทความนี้จะพูดถึงข้อดี-ข้อเสียของกิจการแต่ละประเภทกันนะค๊า

 

กิจการเจ้าของคนเดียว

 ข้อดี

  1. เจ้าของมีอำนาจในการตัดสินใจเต็มที่
  2. ผลกำไรจากการทำธุรกิจ เจ้าของได้รับโดยตรงซึ่งอาจจะนำไปลงทุนเพิ่มได้เองตามความต้องการ
  3. ตัดสินใจเลิกกิจการได้ง่าย หากเห็นว่ากิจการมีแนวโน้มที่จะขาดทุน
  4. ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารต่ำ
  5. ข้อบังคับทางกฎหมายน้อย

ข้อเสีย

  1. ปริมาณเงินลงทุนมีจำกัดจากเงินลงทุนส่วนตัวของเจ้าของหรือการหยิบยืมจากคนรู้จัก
  2. ความรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการ เจ้าหนี้สามารถตามยึดทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของกิจการได้ แม้มิใช่ทรัพย์สินที่ลงทุนในกิจการ
  3. กิจการมีอายุจำกัด โดยจะคงอยู่เมื่อเจ้าของยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเจ้าของเสียชีวิต ทรัพย์สินของกิจการก็จะถูกรวมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของกิจการและส่งมอบให้แก่ทายาทผู้สืบทอดมรดก ซึ่งทายาทอาจไม่ดำเนินกิจการต่อ
  4. ไม่สามารถระดมทุนจากภายนอกได้เต็มที่ นอกจากการใช้เครดิตส่วนตัวของเจ้าของเท่านั้น
  5. ขาดความน่าเชื่อถือของกิจการ

 

ห้างหุ้นส่วน

 ข้อดี

  1. มีแหล่งเงินทุนมากกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว
  2. สามารถใช้ความสามารถในการบริหารโดยระดมสมองร่วมกันตัดสินใจบริหารงาน
  3. การเสี่ยงน้อยลง เพราะมีผู้ร่วมเฉลี่ยภาระการเสี่ยง
  4. การจัดตั้งไม่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกิจการต่ำ
  5. เลิกกิจการได้ง่าย

 ข้อเสีย

  1. มีการระดมทุนในวงจำกัดเฉพาะจากผู้เป็นหุ้นส่วนเท่านั้น
  2. กำไรถูกแบ่งเฉพาะหุ้นส่วน
  3. การตัดสินใจอาจล่าช้า เพราะความคิดเห็นขัดแย้งกันในบางกรณี
  4. มีอายุจำกัด ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของห้างหุ้นส่วนแต่ละแห่ง ถ้ามิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ความเป็นห้างจะสิ้นสุดลงเมื่อหุ้นส่วนถอนตัว หรือมีหุ้นส่วนคนใดเสียชีวิตลง
  5. การไม่จำกัดความรับผิดชอบของหุ้นส่วน ทำให้อาจไม่กล้าเสี่ยงขยายกิจการ

บริษัทจำกัด

ข้อดี

  1. ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทเพียงเท่ากับเงินลงทุนที่สัญญาจะลงทุนตามมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ (ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดชอบเพียงมูลค่าที่ตนยังค้างชำระเท่านั้น)
  2. เจ้าหนี้ไม่สามารถไปยึดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นได้
  3. ผู้ถือหุ้นสามารถขายหรือโอนหุ้นให้กับผู้อื่นได้
  4. กรณีผู้ถือหุ้นตาย ล้มละลาย หรือศาลสั่งให้ออกจากผู้ถือหุ้น บริษัทก็ยังดำเนินกิจการต่อไปได้
  5. มีความน่าเชื่อถือกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว หรือห้างหุ้นส่วน

 ข้อเสีย

  1. ขั้นตอนการจัดตั้งยุ่งยาก
  2. ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูง
  3. การเลิกกิจการทำได้ยาก ต้องมีการชำระบัญชีและจัดการให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย
  4. ข้อมูลสามารถรับรู้ได้โดยง่าย เนื่องจากต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกทราบจึงไม่อาจรักษาความลับได้
  5. ในการดำเนินการของบริษัทจำกัด มีทั้งผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทและพนักงาน ดังนั้นในการปฏิบัติงานอาจจะมีบางส่วนที่ขาดความตั้งใจในการทำงานเพราะไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเอง

 

เมื่อทราบข้อดี-ข้อเสียของกิจการแต่ละประเภทแล้ว ผู้ประกอบการคงต้องตัดสินใจเลือกรูปแบบการทำธุรกิจตามประเภทของธุรกิจที่จะดำเนินการ ขนาด เงินลงทุน การบริหารจัดการ ข้อบังคับตามกฎหมายและภาษี รวมถึงการขยายธุรกิจหรือยกเลิกธุรกิจกันนะคะ

จัดกันมาอย่างต่อเนื่อง …. วันนี้จะมานำเสนอรูปแบบขององค์กรธุรกิจ (^_^)

ผู้ประกอบการจะจัดตั้งกิจการประเภทใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจว่ากิจการรูปแบบใดจะเหมาะกับธุรกิจที่กำลังจะทำ รวมถึงการพิจารณาปัจจัยด้านเงินทุน หุ้นส่วน ผลตอบแทน การเสียภาษีที่แตกต่างกันในแต่ละลักษณะของการจัดตั้ง และโอกาสทางธุรกิจว่ามีความสามารถในการขยายตัวทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังรวมถึงความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะรับได้หากเกิดข้อผิดพลาดหรือหนี้สินจากการดำเนินกิจการ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการจัดตั้งกิจการขึ้นแล้ว ในภายหน้าผู้ประกอบการอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดตั้งได้ แต่อาจมีความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลง โดยทั่วไปรูปแบบขององค์กรธุรกิจมักมีดังนี้

  1. กิจการเจ้าของคนเดียวเป็นรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมซึ่งพบเห็นโดยทั่วไปมากที่สุด เช่น ร้านขายของชำ ร้านเสริมสวย ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ร้านขายอาหาร เป็นต้น เป็นกิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของหรือลงทุนคนเดียว ควบคุมการดำเนินงานเองทั้งหมด เมื่อกิจการประสบผลสำเร็จมีผลกำไร ก็จะได้รับผลประโยชน์เพียงคนเดียว ในขณะเดียวกันก็ยอมรับการเสี่ยงภัยจากการขาดทุนเพียงคนเดียวเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของกิจการและธุรกิจก็ถือเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งในแง่ภาษีและความรับผิดชอบทางกฎหมาย เจ้าของจะต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยยื่นแบบแสดงรายรับและค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์เงินสด
  2. ห้างหุ้นส่วนเป็นกิจการที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป ร่วมกันลงทุนและดำเนินกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งผลกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน ซึ่งธุรกิจประเภทนี้สืบต่อมาจากธุรกิจเจ้าของคนเดียว เมื่อกิจการดำเนินงานก้าวหน้าขึ้น ต้องการเงินทุนและการจัดการเพิ่มขึ้น จึงต้องหาบุคคลที่ไว้วางใจได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนร่วมดำเนินงาน

ส่วนใหญ่กิจการห้างหุ้นส่วนในประเทศไทยมี 2 ประเภทคือ

  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

 

กิจการทั้ง 2 ประเภทมีความแตกต่างกันในส่วนของอำนาจและความรับผิดชอบของหุ้นส่วนกล่าวคือ

ห้างหุ้นส่วนสามัญ

มีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียว คือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนทั้งหมด ห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ได้ ถ้าจดทะเบียนจะเรียกว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล และมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

 

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

หุ้นส่วนจะมี 2 ประเภทคือ

  • หุ้นส่วนผู้จัดการ มีอำนาจในการบริหารและรับผิดชอบต่อหนี้สินอย่างไม่จำกัด
  • หุ้นส่วนจำกัด ไม่มีอำนาจในการบริหารและรับผิดชอบต่อหนี้สินเพียงเท่าที่ลงทุน

 

เมื่อจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว ห้างหุ้นส่วนจะมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแยกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วน

  1. บริษัทจำกัด

การจัดตั้งบริษัทจำกัดจะต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ร่วมกันจัดตั้งบริษัทโดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัดเป็นกิจการที่มีการดำเนินการแพร่หลายในประเทศไทย ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทเฉพาะเท่าที่ลงทุนในกิจการ เจ้าหนี้ไม่สามารถตามไปยึดทรัพย์ของผู้ถือหุ้นได้ นอกจากนี้กิจการจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจในการบริหารงาน ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจไม่สามารถเข้ามาบริหารกิจการได้ แต่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและสอบถามความก้าวหน้าของกิจการได้ รวมทั้งมีสิทธิเสนอเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจได้

  1. บริษัทมหาชนจำกัด

มีโครงสร้างเหมือนกับบริษัทจำกัด คือ มีผู้ลงทุน เรียกว่า ผู้ถือหุ้น รับผิดชอบจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังไม่ชำระ มีคณะกรรมการเป็นผู้บริหาร แต่ต้องมีกลุ่มผู้ก่อการเป็นบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป และมีกรรมการตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

 

โดยบริษัทมหาชนนั้นเป็นกิจการที่ต้องมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการระดมทุนจากภายนอกทั้งจากการขายหุ้นหรือการออกหุ้นกู้หรือเอกสารตราสารต่างๆ

140609_รูปแบบขององค์กรธุรกิจ

 

อ้างอิง : คู่มือผู้ประกอบการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ จากการชักชวนแกมบังคับของเจ้าของเว็บที่ งานยุ่งตลอดเวลาให้มาช่วยเขียนเรื่องราวเล่าประสบการณ์จากการทำงาน วันนี้ก็ได้เวลาประเดิมกับบล็อกแรกของ  JCT.D Audit Office ชอบไม่ชอบอย่างไร มีข้อสงสัยตรงไหนถามมาได้เลยนะคะ … เริ่มกันเลยดีกว่า

การจดจัดตั้งบริษัทนั้นสามารถทำได้ด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. จองชื่อบริษัทเราสามารถจองได้ด้วยตัวเองฟรี ที่เว็บไซต์ www.dbd.go.th เข้าไปที่ “บริการออนไลน์”  >>  “จองชื่อ/จดทะเบียนนิติบุคคล

**ช้าก่อน…ก่อนจะจองชื่อบริษัทได้นั้น เราต้องสมัครเป็นสมาชิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ก่อนนะคะ

จากนั้นเข้าไปตรวจสอบชื่อ โดยให้ตรวจสอบทั้งพ้องรูป (เขียนเหมือน) และพ้องเสียง (ออกเสียงเหมือน) ในกรณีที่ชื่อนั้นเหมือนหรือมีเสียงเรียกขาน ตรงกัน ถือว่าเป็นชื่อที่ซ้ำ

เมื่อได้ชื่อแล้ว ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 1 เดือนนับแต่วันจองชื่อนิติบุคคล

 

  1. เตรียมเอกสารการจัดตั้งบริษัท
    1. เข้าไปที่ “จดทะเบียนนิติบุคคล” >> ด้านซ้ายมือจะมีข้อความให้เลือกว่าเราต้องการจดจัดตั้งนิติบุคคลแบบใด (จดจัดตั้งห้างหุ้นส่วน หรือ จดจัดตั้งบริษัท) >> กรอกข้อมูลตามแบบที่เลือก

      สำหรับการจัดตั้งบริษัทนั้นต้องแต่งตั้งผู้สอบบัญชี (ไม่แต่งตั้งไม่ได้ แต่สามารถแต่งตั้งชั่วคราว เพื่อจดทะเบียนบริษัทได้)
      … หากยังไม่มีผู้สอบบัญชีติดต่อที่สำนักงานสอบบัญชีเจซีที.ดี ได้นะคะ ^^

      ****** เข้าไปเยี่ยมชม Facebook Fanpage ได้ที่ www.facebook.com/JCT.D.AuditOffice ******

    2. ทำตราประทับของบริษัท (อ่านหลักเกณฑ์การจัดทำตราของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ได้ที่                                 http://www.dbd.go.th/mainsite/fileadmin/downloads/03_boj/detail5_intro6.pdf)
    3. แนบเอกสารหลักฐานสำคัญ เช่น ใบจองชื่อนิติบุคคล สำเนาบัตรประชาชนผู้ก่อตั้ง แผนที่ตั้งบริษัท เป็นต้น จากนั้นให้ผู้ก่อตั้งทุกคนเซ็นต์ชื่อลงนามในเอกสาร  และประทับตราสำคัญของบริษัท
  1. ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พอจดจัดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็จะได้ “คู่มือสิ่งที่ต้องรู้และทำเมื่อเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด”

140604_ขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยตนเอง

 

เห็นไหมคะว่าการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนั้นง่ายจริงๆ (^_^)

 

พอดีมีคำถามจากคุณเพื่อนมาว่า

“นี่เทอ ฉันอยากจะตัด คำสุดท้ายของแต่ละแถวออกมาได้ยังไง”

พอถามไปถามมา ก็ได้ใจความว่า มีข้อความประมาณ ใน column A ซึ่งมี จำนวนคำไม่เท่ากัน แต่อยากตัดแต่คำทางด้านขวาสุดออกมา ทำยังไงดี จะใช้ Right เฉยๆ ก็ไม่ได้ เพราะคำสุดท้าย ยาวไม่เท่ากัน แต่พอจับทางได้ว่า ก่อนหน้าคำสุดท้ายจะมี space อยู่

 

ก็ทำตามรูปเลยครับ

1. สร้าง User Defined Function ขึ้นมาเพื่อ กลับด้านตัวหนังสือ

2. ตัดคำจากด้านซ้ายโดยความยาว เราก็คำนวนจาก การค้นหาตำแหน่ง space ตัวแรก

3. กลับคำอีกรอบนึง

image

ตอนนี้คิดออกได้แบบนี้ ใครมีวิธีเด็ดๆ มาแชร์กันได้ครับผม

สืบเนื่องจากว่า ได้คอมพิวเตอร์ใหม่มาโดยที่ไม่มี VGA port (ใช้ไว้ต่อฉายบนจอภาพ) แต่ชีวิตต้องเดินทางไปนำเสนอข้อมูลหลายที่หลายแห่ง เลยซื้อ adapter ราคาแพงแต่คุณภาพดันกากมา จนทำให้เสียหน้าไปสองครั้ง (คือพยายามใช้ บางที่ใช้ได้ บางที่ใช้ได้)  เลยไปบ่นบน facebook แล้วมิตรสหายก็มาบอกว่า ยี่ห้อ Lenovo สิ ดี ด้วยความที่ไม่อยากเสียหน้าอีก เลยบึ่งไปซื้อมาหน้าตาแบบนี้

 

บอกตรงๆ ว่า เห็นกล่องครั้งแรก ก็ไม่ค่อยมั่นใจแต่… ไม่มีทางเลือก

2014-05-08-13-50-40_photo

 

แกะออกมาหน้าตาก็เป็นก้อนสี่เหลี่ยมแบบนี้ แน่นอนว่ามี port VGA เพราะถ้าไม่มีจะซื้อมาทำไม

20140611_231935_HDR

 

แน่นอนว่า Made in China เพิ่มความเร้าใจเข้าไปอีก

 20140611_231954_HDR

 

กางออกมาได้เป็นแบบนี้ ซึ่งดีมากไม่เกะกะเวลาใช้ แต่ ไม่รู้นานๆ ไปจะสายหักด้านในหรือเปล่า

20140611_232019_HDR

 

ราคา 1290 บาทถ้วนๆ รวม VAT

 

จากที่ใช้มาเดือนนิดๆ หลายสิบมีทติ้ง กับ projecter หลายยี่ห้อ รุ่นเก่ารุ่นใหม่ ไม่เคยงอแง และหลายครั้งที่หยิบออกมามีคนตื่นตาตื่นใจ (ก็ไม่เข้าใจ)  เลยคิดว่า เขียนไว้หน่อยละกันเผื่อว่าใครมีปัญหาแบบเดียวกัน

สรุป  HDMI to VGA adapter ยี่ห้อ Lenovo ใช้ดี จึงบอกต่อ (ข้างบนเป็นน้ำทั้งสิ้น)

 

สวัสดีฮะ

 

คุณเคยมีปัญหากับการ หาอะไรที่โพสไปแล้วไม่เจอหรือเปล่า?

 

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อคุณใช้ Excel ……………

 

ก่อนอื่นเราต้องมี Excel 2013 ก่อน จะ

หลังจากมี Excel 2013 แล้ว ก็ต้องมี Add-in ที่ชื่อว่า Power Query for Excel

http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=39379

 

หลังจกที่ลงเสร็จแล้ว ก็จะมี Tab Power Query เพิ่มมาใน Ribbon

image

 

ให้เลือก Facebook ใน เมนู From Other Sources

image

พอถึงหน้าจอนี้ให้เลือก Links

image

Excel Power Query ก็จะให้เรา Sign in เข้าระบบ Facebook

image

ก็ใส่ User name และ Password ของ Facebook ลงไป โดยเราอาจจะ เลือก “Keep me logged in to Microsoft Power Query for Excel” ไว้ก็ได้ ไม่ผิดแต่อย่างใด

image

ถ้า username password ถูกต้องก็จะเจอ คำถามนี้ ก็แล้วแต่จะเลือกครับ

image

facebook จะบอกเราว่า ตัว Power Query for excel จะเข้ามาดูดข้อมุลอะไรไปบ้าง ซึ่งเราก็ต้องกด Okay

image

ก็จะกลับมาหน้าจอ บอกว่าตอนนี้เราต่อกับ Facebook ของเราเรียบร้อยแล้ว

image

แล้วหลังจากนั่นแป๊บเดียว ก็จะมีหน้าต่า preview และจัดการเรื่อง ข้อมูลที่ต้องการเห็น ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ให้กด Apply  & Close ไปเลย

image

ตัว Power Query ก็จะทำการดึง ข้อมูลมาให้และใส่ใน excel sheet แบบด้านล่าง และด้านข้างจะมีบอกว่า คือ ผมโพส ลิงค์ไปแล้ว 2001 ลิงค์  โอ้ววววว…

image

จัดการ format หน่อนนึงเราก็จะเห็น URL ของ Link ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย แล้วคราวนี้เราก็ สามารถ ค้นหาได้แล้วครับ

image

 

คราวนี้ เรามีข้อมูลแล้ว ใครอยากเอาไปทำอะไรต่อ ก็ สนุกหละครับผม  วันนี้คงประมาณนี้ก่อน

 

สวัสดีครับ

 

 

ปล. เทคนิคเบื่องหลังคือ ตัว Power Query จะไปติดต่อ Facebook ผ่าน OpenGraph API มานั่นเอง

รักแรกพบ….

ผมเจอเธอแถวๆ เซียงกงสามย่านเมื่อปลายเดือนตุลาปีที่แล้ว ผมรู้สึกว่าเธอคือเนื้อคู่ตั้งแต่แรกพบ ผมพยายามจะทำความรู้จักเธอ หลังจากได้ทำความรู้จักนิสัยใจคอไม่นาน ผมขอเธอมาใช้ชีวิตด้วยกัน ผมวาดฝันไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันนานๆ แต่เมื่อวานนี้ เธอก็หายไปจากชีวิตผมแล้ว ลาก่อน ชาเย็น

1383289_10201815972016350_2082973038_n

ชาเย็นเกิดในตระกูล Cainz, Avec Vent Ami เธอเป็น crossbike เฟรมเหล็ก ไซส์ 14 นิ้ว ล้อ 700c x 32 มี  สับจานกับตีนผีและเฟืองเป็น Shimano Tourney หน้าสามจานหลังหก 18 เกียร์ไปได้ทุกที่ เท่าที่มีแรง น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม ตั้งใจว่าเธอจะเป็นเพื่อนเดินทาง หลังจากได้เธอมาผมก็เอาใจด้วยการซื้อเครื่องประดับ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไมล์วัดระยะทาง เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินนอกเหนือจากกระดิ่งเสียงน่ารักๆ ที่ติดตัวเธอมา

ครั้งแรกผมพาเธอไปรู้จักกับเพื่อนๆละทานข้าวกันที่ร้านใกล้ๆ 

0fWV6l

หลังจากนั่นไม่นานผมพาเธอไปเที่ยวที่ออฟฟิต แต่ดูเหมือนโชคจะไม่ค่อยดีนัก ระหว่างที่กำลังจะพาเธอลงไปที่พัก โซ่ที่ติดตัวเธอมาขาดแบบไม่มีสาเหตุเลยทำให้ต้องพักไว้ และโชคไม่ดีผมต้องเดินทางบ่อยๆ เลยทำอะไรมากไม่ได้

996034_10202107159935866_1448706672_n

หลังจากทริปเดินทางของผมหมดลง ผมก็รีบกลับมาจัดการหาซื้ออุปกรณ์มาเปลี่ยนแทนข้อที่ขาดไปแล้วเราก็ได้เดินทางด้วยกันอีก

0VUzqE

 

91fMDC

ครั้งหนึ่งผมก็ทดลองพาเธอไปไว้ที่ BTS พี่ๆ ก็มาทักกันว่า ระวังนะ เธออาจจะโดนลักพาตัวไปได้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่า โลกมันจะเลวร้ายขนาดนั้น

0uaYe5

หลังจากจากกันไปหลายชั่วโมง ผมก็กลับมารับเธอ ดีใจมากที่ยังอยู่ แล้วก็ยังคิดว่าเห็นมั๊ยไม่แย่ขนาดนั้นหรอก

11mjwj

ครั้งนี้ผมตั้งใจว่าผมพาเธอไปออฟฟิตด้วยกัน เพื่อความปลอดภัยเลยติดแตรเสียงนก ที่ได้ยินค่อนข้างชัดเวลาออกสู่ถนนที่คนขับรถอาจจะมองไม่ค่อยเห็น ครั้งแรกผ่านไปด้วยดี ถึงแม้ว่าเธอจะออกอาการไม่ค่อยดีบ้างระหว่างที่เปลี่ยนเกียร์เร่งความเร็ว โซ่หลุดจากจานไปติดอยู่ระหว่างร่องบังโซน แต่โชคดีที่ไม่มีรถตามมา ก็แอบเข้าข้างทางและก็มาถึงออฟฟิตได้โดยสวัสดิภาพ

1601510_10202381867323379_449012056_n

สองสามวันถัดมาผมตื่นสายเลยพาเธอไปพักที่ BTS แบริ่ง เหมือนเดิมตอนเช้าจัดแจงล็อคไว้ในที่จอดจักรยานใต้สถานนี วันนี้งานยุ่งมากแต่ผมก็พยายามรีบกลับมารับเธอ พอถึงสถานนีแบริ่ง ผมก็รีบเดินลงมาหาเธอทันที

 

แต่…เธอหายไปแล้ว ผมก็เดินดูบริเวณนั้นเผื่อว่าผมจะจำผิดว่าพาเธอไปไว้ที่ไหน แต่ไม่ใช่หรอกเธอหายไปแล้วจริงๆ

 

คงทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าไปแจ้งความไว้ที่ สน. บางนาได้ใบแจ้งความมาใบนึง เผื่อว่าตำรวจจะมาดูแลความปลอดภัยให้จักรยานคันอื่นๆ

4srEF7

ลาก่อนนะ ชาเย็น หวังว่าคนที่เอาไปจะดูแลเธออย่างดี

24 Oct 2013 – 10 Jan 2014,  58 Km

 

ปล ช่วงนี้ข่าวจักรยานหายบ่อยมาก ยังไงก็ระวังกันด้วยนะครับ

สวัสดีครับ อย่างที่หลายๆ คนรู้กันดีอยู่แล้วว่าตอนนี้คือโค้งสุดท้ายของการทำวิทยานิพนธ์

อะไรนะยังไม่รู้ เหรอ  ย้อนกลับขึ้นไปอ่านอีกรอบละกันนะ ฮิๆๆๆ

แล้วคราวนี้ หลังจากเก็บข้อมูลมาแล้วเราต้องเอามาประมวลผล แน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึง SPSS  และแน่นอน จั่วหัวมาขนาดนี้ ผมจะมาเล่าถึงวิธีหา Regression บน Excel อย่างง่ายๆ ไม่กี่คลิ๊กครับ ไม่ใช่ SPSS แต่อย่างใด ไม่ต้องพิมพ์อะไรมาก ดูคลิปเลยดีกว่า

อ่อ ผมคงไม่ได้พูดถึงพื้นฐานของ Regression กับการเตรียม file ข้อมูลนะครับ  อย่าลืมกด full screen เพื่อภาพแบบชัดๆ ถ้าดูไม่ได้ให้เช็ค Flash plugin นะครับ


ง่ายมั๊ยครับ Excel ที่เรามีอยู่ในเครื่อง ทั้งถูกลิขสิทธิ์และเถื่อน (ไม่แนะนำนะ ซื้อของจริงใช้ดีกว่า นักพัฒนาเค้า อิ่มท้องด้วยข้าวนะครับไม่ใช่ด้วยบุญ)

สงสัยตรงไหนก็ลองแปะคำถามไว้ ถ้าตอบได้ผมจะตอบแต่ถ้าตอบไม่ได้จะลองหาคำตอบมาให้นะครับ

 

สวัสดี

 

ปล. เผื่อว่าใครอยากได้หนังสืออ่านต่อ ตัวอย่างที่ใช้อ้างอิงจากหนังสือเล่มนี้เลย

นพพร ธนะชัยขันธ์. สถิติเบื้องต้นสำหรับการวิจัย. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์, 2555  (ISBN 978-616-7136-36-3)

ในหนังสือน่าจะเป็น excel version 2010 หรือเก่ากว่า และไม่มีรูปหน้าจอผมเลยเอามาทำเป็นคลิปให้ง่ายขึ้น หรือว่าจะยากกว่าเดิมน้อ?

 
ปล ในคลิปมีบอกว่าเคยพูดไปแล้ว แต่คือจำผิด เพราะไปพูดไว้อีกคลิปนึงที่นี่เลย ลง Office 365 แบบต่อเน็ตครั้งเดียวจบและชัวร์

สวัสดีฮะ หายหัว เอ้ย หายหน้าหายตาไปนานเลย พอดีว่าวันนี้ได้ออกไปปั่นประจวบกับได้ลองเสื้อที่ซื้อเก็บไว้นานแล้วเลยอยากเขียนถึ และแน่นอนที่สุดถ้าบอกว่า Jersey คนจักรยานต้องร้องอ้อว่าเป็นเสื้อใส่ขี่จักรยาน และที่สำคัญวันนี้บอกเฉพาะเสื้อสำหรับใส่ปั่นจักรยานสำหรับชายร่างใหญ่ (คืออ้วนนั่นแหละ) ซะหน่อย อย่างที่รู้ๆกันว่า เสื้อใส่ขี่จักรยานหนะเค้าออกแบบมาสำหรับคนตัวค่อนข้างสมส่วนปกติ ทำให้ไซส์ใหญ่หายาก (คือต้องสั่ง เดินไปซื้อเฉยๆ ไม่ค่อยมี ใหญ่สุดก็ L ไม่ก็ XL ก็ถือว่าโชคดีมาก) และราคาพันอัพ แต่เสื้อที่ผมได้มาราคาไม่ถึงพันและใส่ดี มาดูกันเลย

ตัวแรก อันนี้ไม่ใช่เสื้อปั่นจักรยาน แต่ด้วยความที่เพิ่งเริ่มปั่น และยังไม่รู้ว่าเวลาปั่นทางไกลๆ (40 กิโลเมตรขึ้นไป) เหงื่อจะท่วมขนาดไหนสำหรับคนไซส์นี้ เลยคว้าเสื้อจากอัมพวา ใส่แล้วอย่างที่เห็นในภาพ เห็นมันบางใส่สบาย แต่อมน้ำสุดๆ และร้อนมาก พอทนได้แต่ไม่ค่อยดี 150 บาท

1081758_579947842048092_1176087725_n

ตัวที่สอง จากตลาดนัดซักแห่ง เสื้อแขนยาว บางกว่าตัวแรก อมน้ำน้อยลงนิดเดียว แต่อย่างน้อยก็ไม่แขนดำ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ จำได้ว่าเสื้อตัวนี้เก่ามากใส่มาตั้งแต่สมัย ม. ปลาย (เกินสิบปีแน่นอน) แต่ไม่ค่อยได้ใส่เพราะอากาศเมืองไทย หนาวซะจนเหงือออก ราคาตอนนั้นจำได้คุ้นว่า 80 บาทตอนนี้ประเมินไม่ได้ละ

995157_523678574367987_103336428_n

เสื้อตัวที่สามจาก French Design เป็นเสื่อปั่นที่มีเนื้อผ้าแบบแห้งเร็ว (คืออมน้ำนิดหน่อย) แต่แห้งเร็ว เจอโดยบังเอิญด้วยความว่า ปั่นมาได้หนึ่งเดือนแล้ว ก็อยากได้เสื้อปั่นมาใส่บ้าง ก็มาเจอ สมาชิกใน endomondo thailand ออกแบบเสื้อ และทำเสื้อขาย และแน่นอนคนออกแบบเป็นคนที่ขี่จักรยานเหมือนกัน ก็ต้องเทสสินค้าตัวเองแล้วแน่นอน แถมมีดีตรงที่ ออกแบบได้ตามใจเพราะเป็นการพิมพ์ระบบดิจิตอล อยากได้ size อะไรมีหมด กลัวฟิต (หมายถึงพอดีตัวจนอึดอัด) จัด 4xl (ดูตามรอบอก) ปรากฏว่าต้องมาเย็นเข้าด้านละนิ้วครึ่ง ข้อดีคือ มีแถบสะท้อนแสง ด้านข้างแขน และด้านหลัง (แต่ตัวนี้ไม่ค่อยได้ใส่เพราะใส่ทีไรน้องหมาไล่ตลอด ไม่รู้ทำไม) อ่อราคา 980 รวมค่าจัดส่ง

1003544_592510594125150_922663238_n

ด้านหลัง มีแถบแสดง และกระเป๋าสามใบ

1236240_698791056815150_1615970239_n

 

ตัวที่สี่ เป็นเสื้อ ทีมบางมด ตอนแรกเห็นพี่ๆเค้าตัวบางร่างน้อย เลยกะจะลดน้ำหนักก่อน แต่มีไซส์คร๊าบบบ (หน้าตาเริ่งร่า) จัดไป 3XL (เข็ดจากคราวที่แล้ว แต่ลอง 2XL แล้วเป็นแหนม ป้าย่นมาก เลยต้อง 3XL) ในสนนราคา 980 บาท เป็นเสื้อแขนยาว คอซิฟ ใส่สบายสุดๆ ไม่ต้องมีคำบรรยาย (และก็น่าแปลก น้องหมาไม่เคยไล่ อุต๊ะ!! ดีตรงนี้) ที่สำคัญ สี่ขาว ใส่แล้วหล่อมาก แต่ตอนขี่ต้องระวังน้ำกระเด็น ซึ่ง ภัทรไม่เคยหลบ จนพี่ๆบอกว่าน้องภัทรลุยไม่หลบเลยนะเสื้อเละหมด บร๊ะ นึกว่าห่วงเรา  อ้อ เสื้อตัวนี้เป็นรุ่นใหม่ ด้านหลังเป็นลายคาร์บอนอีกตะหาก

994030_649884091723732_1999667234_n

ด้านหลัง (พี่ๆ แซวว่า ตัวหนังสือชัดมากกกก)

1185222_701866259826802_1238110299_n

ตัวสุดท้ายละ เสื้อจาก Kong cycling ตัวนี้ได้มาจากงาน  a day Bike Fest แบบบังเอิญมาก คือเดือนผ่านแล้วเห็นคนในร้านหุ่นดีพอๆกับเรา เลยคิดว่าต้องมีไซส์แน่ๆ ก็เดินเข้าไปลูบๆ คลำๆ แล้วรู้สึกว่าเนื้อผ้านุ่มลื่นดีมาก และทิ้งตัวพอควร และก็ถึงเวลาเร้าใจ ถามว่า มีไซส์มั๊ย ปรากฏว่ามี ก็ควักเงินไป หกร้อย (กว่าบาท มั๊ง) ได้มาแบบวู่วามมาก แต่เพิ่งจะได้ใส่ ตัวผ้าเหมือนจะหนา แต่ใส่แล้วไม่ร้อนเลย แสดงว่าระบายความร้อนใช้ได้ มีประเป๋าด้านหลัง แถบสะท้อนแสง ใส่ปั่นกลางคืนดี แต่น่าเสียดายที่ ไม่มีสีแป๊ดๆ เช่น ส้ม เขียว เหลือง แดง ไม่งั้น เสียตังค์หลายตัวแน่ๆ

20140103_221945

เป็นการรีวิวเสื้อของช่างร่างใหญ่ (ยังไม่ยอมใช้คำว่าอ้วน) ที่ดูเหมือนไม่ได้รีวิว เอาเป็นว่าใครอยากลองตัวไหนก็ เข้าไปหาสั่งได้ตาม link ที่แปะไว้ปีนี้ตั้งใจว่าจะ ลดลงอีกซัก 5 – 7 กิโล หลังจากลงมาแล้วในครึ่งปีก่อน  คงจะมีเสื้อให้เลือกใส่ได้มากขึ้น สาธุ

ขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ มิตรภาพ  และเงินในกระเป๋า ส่วนโลกจะหายร้อนหรือเปล่ามันก็เป็นผลพลอยได้

Life Rider สวัสดีครับ :)

ปล. Jersey เข้าใจว่าเป็นคำที่ใช้เรียกเสื้อปั่นจักรยาน และในบางการแข่งขัน ตูร์เดอฟร็องส์ผู้ที่เป็นที่หนึ่งในแต่ละประเภทก็จะมีได้รับเสื้อ (Jersey) แบบเฉพาะเพื่อใช้ในการใส่แข่งขันในวันต่อไป อ่านต่อได้ที่นี่่เลย -> ตูร์เดอฟร็องส์

ปล 2 จริงๆ ยังมีเสื้ออีกหลายยี่ห้อ ของคนไทยที่น่าใส่มากๆ แต่ยังไม่มีไซส์ คงต้องรอให้เค้าผลิตไซส์ใหญ่ ไม่ก็ลดน้ำหนักตัวลงไปใส่แทน ฮึบๆๆ